วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557

การอ่านแบบ Scanning




การอ่านแบบ Scanning  คือการอ่านเร็วที่ไม่ได้ค้นหาความคิดสำคัญของเรื่อง แต่ค้นหาข้อมูลเฉพาะที่ต้องการทราบ เช่น ข้อเท็จจริง วันที่ ชื่อ สถิติ เป็นต้น อย่างที่หลายท่านทราบ Scanning คือการอ่านเร็ว เหมือนกับ Skimming แต่ต่างกันตรงที่ Scanเป็นการอ่านอย่างรวดเร็วเพื่อหาข้อมูลบางอย่างที่ต้องการ เช่น การหาชื่อคนในสมุดโทรศัพท์ เป็น

ตัวอย่างที่ดีของการ Scan วิธี Scan นี้มีประโยชน์มากในการอ่าน เพราะทำให้ได้ข้อมูลที่ต้องการภายในเวลารวดเร็ว เช่น ในเวลาอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผู้เรียนอาจต้องหาเพียง ชื่อ วันที่ สถิติ หรือข้อเท็จจริงบางอย่างเท่านั้น ผู้เรียนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอ่านเรื่องทั้งหมด เพียงแต่กวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ทีละ 2 – 3 บรรทัด เพื่อหาสิ่งที่ต้องการ แต่ที่สำคัญคือ ผู้เรียนต้องรู้อยู่ตลอดเวลาว่า กำลังหาอะไร ในใจ จะต้องกำหนดสิ่งนั้นอย่างชัดเจน เพื่อที่เวลาอ่านจะได้รู้สึกว่าสิ่งที่ต้องการจะปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด

ขั้นตอนง่ายๆในการอ่านด้วยวิธี Scanning มีดังนี้
       1.  อ่านคำถามเกี่ยวกับข้อความนั้น ๆ ก่อนเพื่อประหยัดเวลา และช่วยในการหาคำตอบได้รวดเร็วขึ้น

       2.  อ่านข้อความ หรือ scan ย่อหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อพบข้อความเกี่ยวกับคำตอบแล้ว ให้อ่านช้าลงและรอบคอบระมัดระวัง และพยายามหาคำและกลุ่มคำที่สำคัญ (Key words and phrases) ที่จะช่วยให้คำตอบที่ถูกต้อง

       3.  หากเป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ (Multiple choices) ให้ตัดคำตอบที่ผิดออกและเลือกคำตอบที่ดีที่สุดที่เหลืออยู่




 

ลองมาทำแบบฝึกหัดการอ่านแบบข้าม (Scanning)กันเลยนะค่ะนักเรียน

Direction: Scan this passage below and choose the best alternatives for each question.

Tom Yum Kung keeps cancer away
A bowl of tom yum kung a day helps keep cancer away. According to a Thai-Japanese study.            Although the result is only preliminary, the researchers say the world’s most popular Thai dish has several anti-cancer properties more effective than other antioxidants.
Substances found in galangal, lemon grass and kaffir lime leaves-the main ingredients found in the spicy soup-are 100 times more effective in preventing tumors than those found in other food.
           “ Thai cuisine is full of herbs and spices which are known for their health benefits “ said Suratwadee Jiwajinda, a researcher at Central Laboratory and Greenhouse complex, Kasetsart University.
1. How much tom yum kung do you have which helps keep cancer away?
a. one bowl every three days                     b. one bowl a week
c. one bowl a day                                       d. It’s up to you have

2. Why does tom yum kung help keeping cancer away?
a. It has a lot of shrimps (kung)        b. It has a lot of substances
c. It has a lot of spicy soup              d. It has a lot of tumors

3. Who studies about this food?
a. The teachers                                 b. The researchers
c. Central Laboratory                        d. A Thai-Japanese study

4. What are the main ingredients of tom yum kung ?
a. kaffir lime leaves, galangal and lemon grass
b. lemon grass, herb and galangal
c. kung and lemon grass                  d. galangal and kung

 



 





การพูดแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ (How to introduce yourself)




การพูดแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ (How to introduce yourself)

   Non-formal way (ไม่เป็นทางการ) เราอาจจะพูดเพียงแค่คำว่า “Hello” หรือ “Hi” ตามด้วยการแนะนำตัวเอง เช่น“Hi, my name is Jew.” โดยอีกฝ่ายมักจะตอบกลับโดยระบุชื่อเรา เช่น “Hi, Jew. I’m Sarah.” หรือ อาจจะพูดว่า“Hello, Jew! Pleasure to meet you.” ก็ได้ ตามด้วยการเริ่มบทสนทนา โดยอาจเริ่มต้นด้วยการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบต่างๆ เช่น “How are you today?” และอื่นๆ

*หากเราต้องการที่จะสร้างความ สัมพันธ์ให้เป็นแบบกันเอง โดยไม่อยากที่จะใช้ชื่อจริงคุยกัน ก็อาจจะแนะนำชื่อเล่นของเราไปเลย หรือ อาจจะใช้วิธีการแนะนำชื่อจริงแล้วตามด้วยชื่อเล่นของเราก็ได้ เช่น “Hi, my name is Jew, but you can call me Dek-Eng.” หรือ อาจจะพูดว่า "Hi, my name is Jew, but all my friends all call me Dek-Eng."

   Formal way (ทางการ) ในการแนะนำตัวแบบเป็นทางการนั้น เราจะต้องใช้ประโยคทำความรู้จัก แนะนำชื่อ และ ตามด้วยการแนะนำตัวสั้นๆว่าเราเป็นใคร หรือ มาจากไหน

"May I / I'd like to introduce myself. I'm Jew, from Dek-Eng.com."

“Nice to meet you. My name is Jew, from Dek-Eng.com.”

หรือ “My name is Jew, from Dek-Eng.com. Nice to meet you.”

*สำหรับการแนะนำตัวส่วน ใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบ Formal หรือ Non-formal ก็มักจะควบคู่ไปกับการจับมือทักทายกัน หรือ การทักทายตามวัฒนธรรมต่างๆเสมอ

ประโยคแนะนำตัวที่เรานิยมใช้กันในชีวิตประจำวัน ได้แก่

(It’s) Nice/Good/Great to meet you.
(It’s) Nice/Good/Great to see you.
(I’m) Pleased to meet you
It’s a pleasure to meet you
(I'm) Delighted to meet you
(I’m) Glad to meet you
(It’s) Nice to meet you / (It’s) Nice meeting you
How do you do?

ประโยคที่ใช้ในการทักทายตอบ ได้แก่

Nice/Good/Great to meet you too.
The pleasure is mine
Pleasure / My pleasure
Likewise
Same here
Same to you
Same
You too (ใช้ตอบประโยคทักทายที่ใช้ It’s…to meet you)
Me too (ใช้ตอบประโยคทักทายที่ใช้ I’m…to meet you)

      ทั้งนี้ทั้งนั้นควรเลือกใช้ประโยคเหล่านี้ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ หรือ ผู้สนทนาด้วย 
 

  ตัวอย่างการพูดแนะนำตนเองและครอบครัว
Introducing my self แนะนำตนเอง
My name is Su and I am 13 years old. I will be turning 14 next month. I am a girl and I was born in Samut Prakan. My zodiac sign is Capricorn. My friends say I am fat but I don’t think so. I have long black hair and dark brown eyes. I am talkative and my teacher often tells me to be quiet. I like to draw pictures in my free time. My favourite sport is swimming. At the weekend I often go shopping with my family.


My Family  พูดแนะนำครอบครัว
There are five people in my family.My mother and father, two sisters and myself. One sister is older than me and one is younger. My older sister’s name is Wanida. She is 15 years old. She goes to Satree School. She is kind and helps me with my homework. My younger sister’s name is Nitima. She is eight years old and she goes to the same school as me. I like to tease her but I don’t think she likes it. My parents are both doctors in our local hospital. I am very proud of them because they help people get better.
 
 ครูมีตัวอย่าง VDO เกี่ยวกับการแนะนำตัวเองมาให้นักเรียนได้ดูนะค่ะ จะได้ดูเป็นตัวอย่างในการพูด และจะได้เตรียมตัวพูดแนะนำตัวเองกับครูและเพื่อนๆในชั่วโมงเรียนต่อไปนะค่ะ
 
 







 
 
 
 
 
 
 

Past simple tense


                 



 Past Simple Tense คือประโยคที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว และจบลงแล้ว   ขอให้สังเกตความแตกต่างระหว่างประโยคที่ที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับประโยคที่ใช้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและจบลงแล้ว ในอดีต



คำบอกเวลา เช่น

          yesterday (เมื่อวานนี้) the day before yesterday  (เมื่อวานนี้)  

last week  (หรือคำอื่นๆที่ ใช้ last นำหน้า  เช่น last year,  last month, etc.)

          four weeks ago (หรือคำอื่นๆที่ ใช้ ago ลงท้าย  เช่น ten years ago, two 
          hours ago, etc.)

คำเหล่านี้มักจะวางไว้ท้ายประโยค  หรืออาจ วางไว้หน้าประโยคก็ได้    เช่น

          I washed my car two weeks ago.หรือ Two weeks ago,I washed my car .

          (ฉันล้างรถเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว)

หลักการใช้
        1. ใช้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และสิ้นสุดแล้ว มี  คำหรือวลีที่
บอกเวลาในอดีตกำกับด้วย เช่น
                    I saw you yesterday. (ฉันเห็นคุณเมื่อวานนี้)                                    

      He worked in Paris last year. (เขาทำงานที่ปารีสเมื่อปีที่แล้ว)

          2. ใช้อธิบายเหตุการณ์หนึ่งซึ่งกระทำเป็นประจำในอดีต แต่บัดนี้ไม่ได้ทำอีก เช่น
                When I was young, I walked to school every day.
               (เมื่อฉันยังยังเด็ก ฉันเดินไปโรงเรียนทุกวัน) ที่

หลักการเติม ed ที่คำกริยา

1. กริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม d ได้เลย เช่น

love - loved = รัก           

move - moved= เคลื่อน

hope - hoped = หวัง

2. กริยาที่ลงท้าย ด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น I แล้วเติม ed เช่น

cry - cried = ร้องไห้       

try - tried = พยายาม

marry - married = แต่งงาน

ข้อยกเว้น ถ้าหน้า y เป็นสระ ให้เติม ed ได้เลย เช่น

play - played = เล่น      

stay - stayed = พัก , อาศัย

 
enjoy - enjoyed = สนุก  



 
ครูมีเพลงเกี่ยวกับPast simple tenseมาฝาก นักเรียนจะได้จำรูปแบบการใช้ได้อย่างง่ายๆ>> ไปชมกันได้เลยนะค่ะ

 



 ลองมาทำแบบฝึกหัดกันสักหน่อยนะค่ะ
1. Mr. And Mrs. Johnson (come) ………………….to visit us last night.
 2. They (tell) …………us about their plans for their new home last two years.
 3. The weather was warm so we (sit)………on our front porch last ten minutes.
 4. He (put)……………..your hat and coat in the next room yesterday evening.
 5. I stayed home last night and (write)………many letters last week.